ในขณะที่จุลิทรีย์ทำการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ที่ตายแล้ว
 ตลอดจนสารไนโตรเจน  ( ไนโตรเจนเป็นสาประกอบที่ สำคัญ รวมตัวกันเป็นกรดอะมิโนและรวมกันเป็นโปรตีนที่ประกอบกันเป็นสิ่งมีชีวิตต่างๆ )  หรือแม้กระทั่งจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นบนโลกหรือ เกิด  ตาม บริเวณที่อับชื้นหรือจุลิทรีย์ที่ไปย่อยซากพืชซากสัตว์ก็เป็นส่วนประกอบของกรดอะมิโนที่มีส่วนประกอบจากไนโตรเจน   เช่นเดียวกัน สามารถย่อยสลายเปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นต่างๆเช่น

กลิ่นเหม็นอับในบ้าน,ในรถยนต์,ในตู้เสื้อผ้า,กลิ่นไม่พึงประสงค์ตาม  ร่างกายมนุษย์หรือ  สัตว์ เลี้ยง, กลิ่นเหม็นในรองเท้า,

กลิ่น เหม็นในห้องน้ำ เอ็นไซม์ของจุลินทรีย์จะเข้าไปทำลายตัวสร้างกลิ่นที่เกิดมาจาก    กลิ่นเหล่านี้จะผลิตสารระเหยกลิ่นเหม็นชนิด ต่างๆ  เช่น  

Hydrogen Sulfide ,Skatole , Mercaptan , Urea etc สารระเหยกลิ่นเหม็นเหล่านี้จะให้กลิ่นเหม็นที่แตกต่างออกไป  แล้วแต่ชนิด   ของสารนั้นๆหรืออาจผสมกันเป็นกลิ่นเหม็นแปลกๆอีกมากมาย การกำจัดกลิ่นทั่วไปเรามักใช้น้ำหอมหรือที่เรียกว่าสเปรย์ปรับอากาศ ฉีดพ่นบริเวณรอบๆที่มีกลิ่นเหม็น การกระทำดังกล่าว   เป็นเพียงการกลบกลิ่นเหม็นไว้ชั่วคราวเมื่อกลิ่นของน้ำหอมระเหยออกไปกลิ่นเหม็นก็จะกลับมาดังเดิมดังนั้น การใช้วิธีนี้ต้องใช้ปริมาณน้ำหอมที่เข้มข้นกว่ากลิ่นเหม็นและต้องพ่นอย่างต่อเนื่องจนกว่าซากของแหล่งกำเนิดกลิ่นเหม็นจะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายจนหมดสิ้นและไม่ปล่อยสารระเหยกลิ่นเหม็นที่กล่าวมาข้างต้นอีกต่อไปเช่น กลิ่นหนูตาย กลิ่นเหม็นในรถยนต์  

                                การใช้น้ำ หอมดับกลิ่นแอร์ ในบ้าน  ในรถยนผต์ ผลเสียที่ตามมาเกิดสารตกค้างในช่องแอร์หรือในปอดของผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้น  ได้สูดดมเข้าไปจนอาจส่งผลต่อผู้เป็นภูมิแพ้หรือเป็น สาเหตุมะเร็งในปอด 
                               
                                การกำจัดกลิ่นที่ถาวรจำเป็นต้องกำจัดกลิ่นที่ต้นเหตุ  วิธีที่ง่ายที่สุดล้างออก ตากแดด ใช้ยาฆ่าเชื้อไปทำลายจุลินทรีย์ไม่ให้เกิดขึ้นตลอดไปเช่นการหมักดอง หรือการเก็บศพโดยใช้ ฟอมารีน 
powered by ธุรกิจไทย GO ONLINE